บทความทั้งหมด

  • กลไกการได้ยินและการตรวจวัดการได้ยิน

    Submitted by ณิชาภัทร์ on Tue, 02/18/2020 - 02:07
    หูประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ส่วนได้แก่ หูชั้นนอก หูชั้นกลางและหูชั้นใน 1. หูชั้นนอก ทำหน้าที่รวบรวมเสียงจากภายนอก เข้าสู่ช่องหูและส่งผ่านไปยังหูชั้นกลาง 2. หูชั้นกลาง รับพลังงานเสียงที่ส่งผ่านจากหูชั้นนอก ทำให้เยื่อแก้วหู และกระดูกหู 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนเกิดการสั่นสะเทือน
  • การให้ความช่วยเหลือระยะแรกเริ่มและเทคนิควิธีการในการช่วยเหลือ

    Submitted by กรรณิการ์ on Tue, 02/18/2020 - 00:13
    จุดมุ่งหมายในระยะยาวสําหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาที่ไม่รุนแรงควรมีลักษณะโดยรวมทางพฤติกรรม บุคลิก และความสามารถพึ่งพาตัวเอง นักเรียนเหล่านี้สามารถเป็นประชากรที่พึ่งพาตนเองได้ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้าได้รับการศึกษาที่เหมาะสม และการบริการสนับสนุนตามหัวข้อของคู่มือของสมาคมเพื่อบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (AAMR : 1992) ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาไม่รุนแรง ถูกมองในแง่ไม่ดี และมีคนจํานวนมากเชื่อว่านักเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เป็นกลุ่มประชากรที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ
  • ความเป็นมาในการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

    Submitted by พนมพร on Mon, 02/17/2020 - 02:14
    ประวัติความเป็นมาด้านการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินการศึกษาสำหรับเด็กหูหนวกในประเทศไทย เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2494 โดย ม.ร.ว.เสริมศรี เกษมศรี ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยกาลอเดท (Gallaudet College) ประเทศสหรัฐอเมริกา วิทยาลัยทางศิลปศาสตร์แห่งแรกและแห่งเดียวสำหรับคนหูหนวก ได้เปิดหน่วยทดลองสอนคนหูหนวกขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนวัดโสมนัส
  • ประวัติการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

    Submitted by พนมพร on Sun, 02/16/2020 - 22:45
    การจัดตั้งโรงเรียนการศึกษาพิเศษ จากการสํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2499 ได้พบว่ามีบุคคลปัญญาอ่อนในประเทศไทย ราว 25,000 คน กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณะสุขในขณะนั้น จึงได้ดําเนินการจัดการบริการในสาขานี้ขึ้น และได้รับอนุมัติให้จัดดําเนินการเปิดโรงพยาบาลสําหรับบุคคลปัญญาอ่อน ที่ถนนดินแดง พญาไท ได้ในปี พ.ศ. 2503 โดยมีนายแพทย์รสชง ทัศนาญชลี เป็นผู้อํานวยการคนแรก จากการนําเด็กมาให้การดูแลรักษา
  • เทคนิค ‘TEACCH’

    Submitted by พนมพร on Thu, 02/13/2020 - 07:43
    เป้าหมายหลักของ ‘TEACCH’ โปรแกรม คือ การช่วยเตรียมความพร้อมบุคคลออทิสติกให้สามารถดำรงชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งที่บ้าน โรงเรียน และในชุมชน สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับแผนเฉพาะบุคคล ที่จะช่วยให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวของเขาสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข โดยการลดพฤติกรรมออทิ ซึม ผู้ปกครองจะได้รับการฝึกเพื่อช่วยเหลือเด็กในการปรับพฤติกรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะทางสังคมและ ทักษะทางภาษา ด้วยวิธีดังกล่าวเด็กจะได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับเข้าสู่โรงเรียน การประกอบอาชีพ การแข่งขันด้านอาชีพ การใช้ชีวิตร่วมกับกลุ่มออทิสติกในบ้านเดียวกัน (Group Home) การรวมกันอยู่ในบ้านเช่าเดียวกันหรือการอยู่ในชุมชนซึ่งจะอยู่บนพื้นฐานการจัดการของแต่ชุมชน (Schopler, 1989)
  • ปัญหาทางพฤติกรรมในเด็กออทิสติก

    Submitted by พัชรินทร์ on Wed, 02/12/2020 - 11:36
    ปัญหาทางพฤติกรรมในเด็กออทิสติกมีความเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของระบบประสาท ประกอบกับความบกพร่องทางการสื่อสารของเด็ก เช่น ในเด็กที่ปรากฏพฤติกรรมการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ที่ไร้ความหมาย(Stereotypical) เพื่อสนองความต้องการด้านการกระตุ้นการรับความรู้สึก (Rincover และ Devany, 1982)ทั้งนี้ ดารณี อุทัยรัตนกิจ (2552) ได้อธิบายถึงพฤติกรรมการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของเด็กออทิสติกไว้ดังนี้ แม้ว่าเด็กออทิสติกมีร่างกายที่แข็งแรงเหมือนเด็กปกติ แต่การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ แปลก ๆ ทำให้เขาดูต่างไปจากเพื่อนนักเรียนทั่วไป เด็กบางคนอาจนั่งหมุนนิ้ว สะบัดมือ หรือนั่งโยกตัวได้เป็นชั่วโมง ๆ เด็กหลายคนเดินเขย่งบนปลายเท้าหรือเอามือตบขาขณะเดินเด็กบางคนยืนตัวแข็งทื่อทันทีทันใดที่พบเห็นคนแปลกหน้า
  • ประวัติความเป็นมาทางการศึกษาของบุคคลออทิสติก

    Submitted by สิริมาส on Tue, 02/11/2020 - 05:25
    ถึงแม้ว่ามีการกล่าวถึงประวัติทางด้านออทิซึมในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แต่ออทิซึมก็ไม่ได้เป็นที่รับรู้อย่างเป็นทางการ ซึ่งในเบื้องต้นยังคงมีความสับสนเกี่ยวกับออทิซึม โดยเรียกบุคคลที่มีอาการออทิซึมว่าเป็นบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต (Mental Disorder) หรือเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ในปี ค.ศ. 1912 ยูจีน บลิวเลอร์ (Eugene Bleuler) จิตแพทย์ชาวสวิสเซอร์แลนด์เป็นบุคคลแรกที่ชี้ให้เห็นรูปแบบของบุคคล ที่เป็นโรคจิตเภทว่ามีลักษณะที่หมกมุ่นกับตนเอง (Self-absorbed) และบลิวเลอร์เรียกบุคคลที่มีลักษณะหมกมุ่นกับตนเองว่า “ออทิซึม” (Autism) ซึ่งทำให้บลิวเลอร์เป็นบุคคลแรกที่ใช้คำว่า “ออทิซึม” แต่อย่างไรก็ตาม บลิวเลอร์ไม่ใช่เป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ของออทิซึมที่จำแนกบุคคลที่มีอาการออทิซึมออกจากบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตและโรคจิตเภท
  • ประสาทหูเทียม (Cochlear implant)

    Submitted by ณัฏฐกัลย์ on Thu, 02/06/2020 - 17:58
    ประสาทหูเทียม (Cochlear implant) เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินอย่างรุนแรงหรือหูหนวกสามารถได้ยินได้ นั่นก็คือ การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม หลายท่านคงจะสงสัยว่า ประสาทหูเทียมคืออะไร ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงการทำงานของระบบการได้ยินของคนเราก่อน เริ่มจากหูชั้นนอกและใบหูที่รับเสียงทั้งหมดเข้าไปยังแก้วหู ทำให้แก้วหู กระดูกหูชั้นกลาง และน้ำในหูชั้นในที่เรียกว่าโคเคลีย (cochlea) เกิดการสั่นสะเทือนตามลําดับ โดยภายในโคเคลียจะมีเซลล์ประสาทเล็กๆ ทำหน้าที่รับเสียงที่มาในรูปแบบการสั่นสะเทือน จากนั้นก็จะแปลงเป็นสัญญาณไฟฟูาและส่งต่อไปตามเส้นประสาทการได้ยินสู่สมอง เพื่อแปลความหมายของเสียงนั้นๆ สุดท้ายเราก็จะได้ยินและรู้ว่าเสียงนั้นหมายความว่าอะไร หรือเป็นเสียงอะไรนั่นเอง
  • การสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนภาพ (PECS)

    Submitted by ดาราน้อย on Tue, 02/04/2020 - 10:34
    ระบบการสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนภาพ Picture Exchange Communication System (PECS) คือ ชุดของการฝึกด้านการสื่อสารทางเลือกที่มีลักษณะเฉพาะ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเรียนออทิสติก และนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการสื่อสารทางสังคม ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา และในอีกหลายประเทศ ‘PECS’ เป็นระบบที่ไม่ต้องการอุปกรณ์ที่ซับซ้อน หรือต้องใช้เทคนิคการฝึกที่สูง ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทดสอบที่มีราคาถูก ไม่ต้องใช้งบประมาณมากในการฝึกให้กับครูหรือผู้ปกครอง ใครๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้ในสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งที่บ้าน ห้องเรียน และชุมชน (Bondy และ Frost, 2001)
  • ความเป็นมาของ IEP

    Submitted by พิเชษฐ์ on Wed, 01/29/2020 - 13:40
    การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลมีต้นกำเนิดที่สหรัฐอเมริกาโดยมีพัฒนาการตามลำดับ ปัจจุบันสังคมโลกเกิดกระแสการยอมรับความเท่าเทียมกันของทุกคนเป็นอย่างมาก ข้อบ่งชี้สำคัญ ของความเท่าเทียมกันคือ “สิทธิทางการศึกษา” ซึ่งประกาศไว้ในปฏิญญาโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (World Declaration on Education for All) ระบุว่าผู้ด้อยโอกาสทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาตามที่พวกเขาต้องการ พ่อ แม่ผู้ปกครองมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบการศึกษา ที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพแวดล้อมและตามความต้องการพิเศษของคนพิการ มี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการให้ได้รับสิทธิทางการศึกษา