นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินมีทั้งนักเรียนกลุ่มหูหนวกที่ไม่สามารถได้ยินเสียงพูดและนักเรียนกลุ่มหูตึงที่ได้ยินเสียงอยู่บ้างแต่น้อยกว่าเกณฑ์ปกติมากหรือแทบจะไม่ได้ยินเสียง ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้มีปัญหาในการเปล่งเสียงพูด ไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูดได้ หรือบางคนถึงแม้จะมีเสียงออกมาบ้าง แต่ไม่สามารถใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารด้วยการพูดให้มีประสิทธิภาพได้ ดังนั้นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจึงต้องใช้ภาษามือเป็นภาษาหลักในการสื่อสารและใช้วิธีการรับรู้ผ่านทางประสาท สัมผัสที่เหลืออยู่ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แทนการได้ยิน ทำให้มีข้อจำกัดในการพัฒนาการสื่อสารและการเรียนรู้ การอ่านและการเขียนภาษาไทย ทำให้ประสบปัญหาในการจัดการเรียนรู้ที่จำเป็นต้องมีสื่อและกระบวนการที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้เกิดขึ้นกับนักเรียนในยุคปัจจุบัน จากปัญหาดังกล่าวโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงสนับสนุนการใช้บอร์ด KidBright และการเขียนโค้ดคำสั่งแบบบล็อกคำสั่งในการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ให้มีความสามารถในการเรียนรู้และเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ โดยโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆเป็นหนึ่งในหลาย ๆ โรงเรียนที่ได้เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว ในช่วงแรกของการดำเนินการประสบปัญหาหลายประการด้วยกัน เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้โค้ดดิ้งที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และยังไม่มีการกำหนดคำศัพท์ภาษามือเกี่ยวกับการโค้ดดิ้ง จึงต้องนำครูที่มีความรู้ภาษามือ ครูคอมพิวเตอร์และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเนื้อหาเฉพาะทางเข้ามาฝึกอบรมให้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้บอร์ด KidBright และการเขียนโค้ดคำสั่งแบบบล็อกคำสั่งในการจัดการเรียนรู้ก่อน แล้วจึงวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการโค้ดดิ้งที่เหมาะสมกับนักเรียนและกำหนดคำศัพท์ภาษามือที่ใช้ โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมมีแนวทางดังนี้ 1) การใช้บอร์ด KidBright เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เพื่อแปลงแนวความคิดให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 2) การใช้กิจกรรมที่ฝึกการเป็นนักคิด นักออกแบบ โดยใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ 3) ออกแบบกิจกรรมโดยคำนึงถึงลำดับการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มองเห็นภาพรวมของเรื่องราวก่อน แล้วจึงวิเคราะห์ขั้นตอนงานย่อย ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจไปทีละขั้นตอน 4) การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติผ่านการออกแบบชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและคงทน จากนั้นนำแนวคิดจากการร่วมกันวางแผนมาทดลองจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ผลปรากฏว่านักเรียนสามารถทำกิจกรรมได้ดี เนื่องจากได้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยการใช้การเขียนโปรแกรมแบบบล็อกคำสั่ง ลดการใช้ภาษาและไวยากรณ์ทางภาษา ลดอุปสรรคในการเรียนรู้ของนักเรียน ทำให้สามารถเข้าใจชุดคำสั่งและกระบวนการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้การใช้บอร์ด KidBright สามารถแสดงผลจากคำสั่งได้ทันที ทำให้นักเรียนเข้าใจหลักการในการสั่งการจากโปรแกรมไปแสดงผลยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่เรียนรู้ด้วยการมองเห็นภาพที่ชัดเจน ลงมือปฏิบัติโดยใช้เครื่องมือที่สามารถตอบสนองและแสดงผลได้อย่างทันทีทันใด
เมื่อนักเรียนมีความเข้าใจพื้นฐานทฤษฎีและการปฏิบัติได้มากขึ้น จึงมีการพัฒนาความสามารถในระดับสูงขึ้นเพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ได้ โดยเริ่มที่ปัญหาใกล้ตัวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนักเรียนก่อน ครูได้ให้นักเรียนระดมสมองเพื่อช่วยกันคิดสิ่งประดิษฐ์ที่จะใช้เทคโนโลยีที่ได้เรียนรู้มาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตนักเรียนได้ นักเรียนได้นำเสนอปัญหาของตนเองมานำเสนอหลายเรื่องด้วยกัน บางปัญหาก็เป็นเรื่องที่ครูเองก็คาดไม่ถึง เนื่องจากครูอยู่ในมุมของคนที่มีการได้ยินปกติ เราจึงได้เห็นการสะท้อนการคิดผ่านมุมมองชีวิต ปัญหาที่เขาพบในการใช้ชีวิตของคนที่ไม่ได้ยินในสังคมที่ใช้การได้ยินและเสียงเป็นหลักในการสื่อสาร การนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง จึงทำให้เป็นผลงานที่มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อนักเรียน ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว โดยนักเรียนได้นำเสนอเหตุผลและความสำคัญของสิ่งประดิษฐ์นี้ว่าบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่สามารถได้ยินเสียงพูดและเสียงปกติทั่วไป ทำให้ไม่ได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นนอกห้อง เช่น เสียงเคาะประตู เสียงเรียก เสียงตะโกนเตือนภัย ไม่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีการแจ้งเตือนด้วยเสียง เช่น นาฬิกาปลุก ทำให้มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงมีความต้องการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สามารถแจ้งเตือนโดยใช้แสงไฟกระพริบหรือการสั่นสะเทือน เมื่อมีเสียงดังจากภายนอกห้องและการตั้งเวลาตามที่กำหนดและสามารถพกพาไปใช้ในสถานที่ต่าง ๆ ได้เองโดยสะดวก เพื่อให้การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันมีความสะดวกและมีปลอดภัยมากขึ้น จึงได้นำความรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และบอร์ด KidBright มาใช้ในการออกแบบและจัดทำนาฬิกาปลุกสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งในการปฏิบัติงานดังกล่าวนั้น นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการของโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาหาความรู้ที่จะใช้ในการทำงาน การออกแบบและการเก็บข้อมูลการทดลองใช้งาน เพื่อนำมาแก้ไขงานจนเสร็จสมบูรณ์ นักเรียนได้เรียนรู้เพื่อทำงานหลาย ๆ ด้าน เช่น การเขียนโปรแกรมด้วยบอร์ด KidBright การต่ออุปกรณ์เข้ากับบอร์ด อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การออกแบบชิ้นงานที่ตอบสนองต่อการใช้งาน กระบวนการทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาในการทำงานและเรื่องที่ยังขาดประสบการณ์ โดยหาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านให้คำปรึกษา โดยจะต้องมีแนวคิดของนักเรียนที่นำเสนอมาก่อนแล้วจึงมาขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทำงานได้สำเร็จ