เกี่ยวกับ KM

SOTTHUNG-KM

เว็บไซต์นี้ เช้าถึงได้ที่ sotthung-k.me เป็นระบบสนับสนุนการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ของโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกระบวนการสร้างความรู้จาก กระบวนการสร้างความรู้ 4 กระบวนการ ของ วงจรความรู้ (Knowledge Spiral หรือ SECI Model)

https://script.google.com/macros/s/AKfycbyGxJPSs3NKRpJN1mE6DsdHm_PzxzvYu5uWcopbLgDwwcEleVLuxJIJsI_ZIi4LIe0hTw/exec

Knowledge Spiral หรือ SECI Model

S = Socialization

      เป็นการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้จาก Tacit Knowledge สู่ Tacit Knowledge คือ การสร้างความรู้ผ่านกระบวนการทางสังคม ที่คนจะมีความรู้ขึ้นมาได้ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในขณะทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นการถ่ายโอนความรู้จากคนหนึ่งไปสู่คนอีกคน โดยแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ตรงระหว่างกัน อาจเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ หรือเป็นการประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากการปฏิบัติงาน รวมทั้งการปรึกษาเพื่อนร่วมงานที่ชำนาญกว่าในการแก้ปัญหางานที่กำลังทำอยู่ หรือเป็นลักษณะการสอนงานระหว่างหัวหน้างานและพนักงานฝึกหัด ที่อาจเป็นการสังเกตจดจำ รับคำแนะนำแล้วลองทำตาม

E   =    Externalization

      เป็นการดึงความรู้จาก Tacit Knowledge ออกมาเป็น Explicit Knowledge คือ การที่ผู้มีความรู้ความรู้ชำนาญได้ถ่ายทอดความรู้ที่ฝังลึกของตนออกมา โดยการอธิบายและแสดงความรู้ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสมาชิกในกลุ่ม เป็นการสกัดความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคนๆนั้นให้ออกมาเป็นแนวคิด นิยาม ทฤษฎี สัญลักษณ์ รูปภาพ ลายลักษณ์อักษร และนำเสนอออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น เอกสาร รายงาน บทความ หนังสือ ตำรา คู่การใช้งาน คู่มือการปฏิบัติงาน สารสนเทศ  ฐานข้อมูล สื่ออิเล็คทรอนิกส์ เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้อื่นได้รับความรู้ โดยสมาชิกในกลุ่มอาจรับฟังและช่วยวิเคราะห์ไตร่ตรองสะท้อนความคิดเห็นต่อความรู้ที่ถ่ายทอดและแสดงออกมานั้น

C   =    Combination

      เป็นการรวบรวมความรู้ที่ได้จาก Explicit Knowledge ออกมาเป็น Explicit Knowledge คือ การประมวลความรู้แบบชัดแจ้งที่ถ่ายทอดออกมาแล้วและความรู้ชัดแจ้งที่มีอยู่แล้วในรูปสารสนเทศ เอกสาร รายงาน ตำรา หนังสือ สื่ออิเล็คทรอนิกส์ขององค์การเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยการเชื่อมโยงและผสานแนวคิดของความรู้ชัดแจ้งแต่ละเรื่องที่สัมพันธ์กันสร้างสรรค์จนเกิดเป็นความรู้ใหม่ รวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้ขององค์การให้เป็นระบบ จัดกลุ่มแบ่งหมวดหมู่ จนสามารถเลือกนำความรู้ต่างๆไปใช้ในการปฏิบัติและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

I   =    Internalization

      เป็นการนำความรู้จาก Explicit Knowledge กลับเข้าไปเป็นความรู้ Tacit Knowledge คือ การเลือกนำความรู้ที่เหมาะสมมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง เป็นการทำงานประจำอย่างมีทิศทางและประสิทธิภาพด้วยองค์ความรู้ที่ประมวลไว้แล้ว โดยลงมือทำและฝึกฝนจนเกิดเป็นประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะบุคคล กระทั้งกลายเป็นความสามารถในการทำงานและเป็นความรู้ใหม่ที่ฝังลึกในคนๆนั้น

      เมื่อบุคคลได้มีการนำความรู้ชัดแจ้งที่มีการเผยแพร่ในองค์การแล้วไปลงมือปฏิบัติจริง จนเกิดความชำนาญ กลายเป็นความรู้ในตัวบุคคลนั้นแล้ว (Tacit Knowledge) ในชีวิตประจำวันที่ทำงานอยู่ร่วมกันบุคคลแต่ละคนจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือถ่ายทอดประสบการณ์ให้กันและกัน ซึ่งเป็นการกลับไปสู่กระบวนการ Socialization อีกครั้ง ความรู้ที่เกิดขึ้นในองค์การนี้ก็จะหมุนวนไปมาเป็นวงจรชีวิตขององค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อมีการเขียนคู่มือการปฏิบัติงานไว้ เมื่อผู้ปฏิบัติงานนำไปศึกษาแล้ว จึงสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน เป็นการทำงานโดยใช้ความรู้อย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นความรู้ประสบการณ์อยู่ในตัว กระทั้งเป็นการพัฒนางานให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมากประสบผลสำเร็จ และจากนั้นผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ความชำนาญแล้วก็นำประสบการณ์มาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกัน และสร้างความรู้ความชำนาญในตัวเองที่พัฒนาขึ้นมาแล้วนั้นให้เป็นความรู้ที่ชัดแจ้งที่สามารถบันทึกและจัดระบบ แล้วเผยแพร่ให้เกิดการเรียนรู้ในองค์การ เพื่อการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องต่อไป