การพัฒนารูปแบบการจัดเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน PLERN Project

Submitted by พัชรินทร์ on Mon, 10/28/2024 - 08:04

       นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินซึ่งมีทั้งนักเรียนกลุ่มหูหนวกที่ไม่สามารถได้ยินเสียงพูด และนักเรียนกลุ่มหูตึงที่ได้ยินเสียงอยู่บ้างแต่น้อยกว่าเกณฑ์ปกติมากหรือแทบจะไม่ได้ยินเสียง ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้มีปัญหาในเปล่งเสียงพูด ไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูดได้ หรือบางคนถึงแม้จะมีเสียงออกมาบ้าง แต่ไม่สามารถใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารด้วยการพูดให้มีประสิทธิภาพได้

        ดังนั้น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จึงต้องใช้ภาษามือเป็นภาษาหลักในการสื่อสารและใช้วิธีการรับรู้ผ่านทางประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ แทนการได้ยิน ทำให้มีข้อจำกัดในการพัฒนาการสื่อสารและการเรียนรู้ การอ่านและการเขียนภาษาไทย ทำให้ประสบปัญหาในการจัดการเรียนรู้ที่จำเป็นต้องมีสื่อและกระบวนการที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งนักเรียนมีผลการประเมินไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะด้านทักษะการแก้ปัญหา และการพัฒนานวัตกรรม

          รูปแบบการจัดเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน พัฒนาโดยสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ เช่น ทฤษฎีสร้างความรู้ (Constructionvism theory) ของเพียเจต์ (Piaget) และไวก๊อทสกี้ (Vygostky) การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) การแก้ปัญหาตามแนวคิดของเวียร์ (Weir) การจัดการเรียนรู้แบบออกแบบเชิงวิศวกรรม STEMกระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน และจิตวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้

รูปแบบการจัดเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

2. เพื่อเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

กระบวนการจัดการเรียนรู้ PLERN

รูปแบบการจัดเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้ชื่อรูปแบบ “PLERN” ในหน่วยการเรียนรู้การเจริญเติบโตของพืช บูรณาการฐานการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

        ขั้นที่ 1 เตรียมพร้อมเรียนรู้ (Prepare)

แนะนำและตกลงการใช้คำศัพท์ภาษามือที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เนื่องจากคำศัพท์วิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยังไม่มีการกำหนดท่าภาษามือ จึงจำเป็นต้องมีการทำข้อตกลงร่วมกันกับนักเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนให้เข้าใจตรงกัน และสามารถสื่อสารได้อย่างราบรื่น สร้างบรรยากาศในการเรียน
ที่ดี  และทบทวนความรู้เดิม ประสบการณ์เดิม เพื่อพร้อมเชื่อมโยงสู่ความรู้ใหม่ที่จะเรียนรู้ต่อไป  

          ขั้นที่ 2 ปัญหาท้าทาย (Learning Problem)

การใช้สถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน ที่นักเรียนมีประสบการณ์ได้พบเจอ มากำหนดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ จะทำให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเข้าใจได้ง่าย กระตุ้นให้เกิดความสนใจ ท้าทาย อยากคิด อยากแก้ปัญหา เพื่อนำมาวิเคราะห์ทำความเข้าใจประเด็นปัญหาให้ชัดเจน แล้วจึงนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น การนำเสนอด้วยภาษามือ การใช้ผังความคิด ผังกราฟิก แผนภูมิต่าง ๆ

ขั้นที่ 3 สืบเสาะหาความรู้  (Explore Knowledge)

กำหนดความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ในการแก้ปัญหา แล้วจึงทำกิจกรรมสืบเสาะหาความรู้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามลักษณะเนื้อหา เช่น การสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ  การทดลอง  การลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง  แล้วนำมาสรุปองค์ความรู้ที่ได้เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบ และวางแผนแก้ปัญหาต่อไป

         ขั้นที่ 4  ฝึกฝนแก้ปัญหา (Real life problem solving)

เชื่อมโยงความรู้ไปสู่การปฏิบัติ โดยใช้การทำงานแบบร่วมมือ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม/ผลงานที่จะนำมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนใน 3 ขั้นตอนแรก มาใช้ในการออกแบบ วางแผน และลงมือแก้ปัญหา ทดสอบ และปรับปรุงผลงาน

        ขั้นที่ 5  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (New knowledge share)

เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะบ่งชี้ได้ว่านักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติมากน้อยเพียงใด ผ่านการสื่อสาร นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ตนเองสนใจ  และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนางานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ผลจากการทดลองนำรูปแบบ PLERN  เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนกลุ่มที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อดึงศักยภาพและขีดความสามารถของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้ได้รับการพัฒนา จนเป็นแรงบันดาลใจ และแนวทางให้กับผู้จัดการศึกษาสำหรับคนพิการในการจัดการเรียนรู้  โค้ดดิ้งสำหรับนักเรียนพิการ ให้มีโอกาสในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม และครูได้นำผลงานและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เผยแพร่ และได้รับรางวัลต่างๆ