เมื่อรู้ตัวว่าลูกเป็นเด็กพิเศษกลุ่ม Mild Autism แล้ว แปลว่าต้องมีพรสวรรค์ในตัวจริงไหม ?

Submitted by มิรันตรี on Wed, 10/30/2024 - 05:37

ความเข้าใจของหลายๆ คน เมื่อรู้ตัวว่าลูกเป็นเด็กพิเศษกลุ่ม Mild Autism แล้ว นั้นหมายความว่าอีกด้านหนึ่งเขาจะต้องมีพรสวรรค์เป็นพิเศษในตัว ความเข้าใจนี้ถูกต้องจริงหรือ ?

ทุกอย่างมี 2 ด้าน และธรรมชาติไม่เคยลำเอียง เพราะธรรมชาติจะไม่ทอดลูกเต๋ามั่วๆ แน่นอน การที่เด็กคนขึ้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยเฉพาะเด็กที่เป็นกลุ่ม Autism Spectrum Disorder (ASD) ที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น กลุ่มออทิสติกระดับอาการเล็กน้อย (Mild Autism) หรืออาจเรียกว่า High functioning autism (รวมไปถึง Asperger’s Syndrome ตามเกณฑ์วินิจฉัยในอดีตด้วย) หลายๆ คนมักจะเข้าใจว่าเขามีความบกพร่องบางอย่าง แต่ในทางเดียวกันเขาก็จะมีความสามารถบางอย่างเป็นพิเศษ จนทำให้หลายคนเข้าใจว่า หากว่าเป็นเด็กออทิสติกกลุ่มนี้จะต้องมีความสามารถพิเศษอะไรในตัว จนทำให้ผู้ปกครองหรือคุณครูบางคนพยายามกดดันโดยที่ไม่รู้ตัวให้เด็กหาพรสวรรค์ของตัวเองให้เจอ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นความเข้าใจผิดกันอย่างมากครับ

.

.

Image removed. อิทธิพลของข้อมูลและสื่อ

ความจริงแล้วกลุ่มออทิสติกเป็นกลุ่มที่มี Spectrum ที่หลากหลายมาก โดยเราจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับใหญ่ๆ นั้นก็คือ 1) กลุ่มต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย 2) กลุ่มต้องการความช่วยเหลือมาก 3) กลุ่มต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด แต่ทั้งนี้ในแต่ละคนที่ถูกจัดให้อยู่ในแต่ละกลุ่มนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปในลักษณะ 100 คน 100 แบบ อยู่ดี ดังนั้นการรู้จักออทิสติกแค่คนเดียวก็จะไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับออทิสติกคนอื่นๆ ได้โดยตรง เพราะทุกคนต่างมี Spectrum ที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ได้มีการจัดกลุ่มออทิสติกประเภทหนึ่งที่เราถือว่าออทิสติกกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษ เป็นอัจฉริยะ ซึ่งเราจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่าออทิสติกซาวองต์ (Savant autism)

.

.

ประเด็นก็คือข้อมูล สื่อ มักจะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับออทิสติกว่ามีความเป็นซาวองต์ในตัว เพื่อทำให้ทุกคนเห็นความแตกต่าง และทำให้เห็นว่าเด็กพิเศษกลุ่มออทิสติกก็มีความสามารถเช่นเดียวกัน โดยที่ไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียดว่าความจริงแล้วออทิสติกเป็น Spectrum ที่ต่างกัน แต่มักจะยกตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับสูงเช่น Elon Musk , Bill Gates , Susan Boyle หรืออย่าง Stephen Wiltshire ที่มีความสามารถในการจำภาพแล้วนำมาวาดภาพเหมือน หรือคนที่คาดว่าจะเป็นคนกลุ่มนี้อย่าง Albert Einstein เป็นต้น หรือข้อมูลจากสื่อเช่น ซีรีย์ Extraordinary Attorney Woo (ทนายอูยองอู) , Move to heaven เป็นต้น จึงทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดว่าออทิสติกจะมีความสามารถพิเศษหรือเป็นอัจฉริยะในตัว

.

.

ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น ออทิสติกที่จะมีความสามารถพิเศษระดับนั้นได้ในชีวิตจริงมีอยู่จริงครับ แต่ว่ามีอยู่จริงๆ จำนวนไม่มากหรอกครับ ซึ่งหลายๆ คนมักจะเป็นกลุ่มออทิสติกที่เป็นระดับ Mild Autism เพราะคนกลุ่มนี้มีระดับสติปัญญาและการเรียนรู้ ความจำที่ดี แต่ยังคงบกพร่องในเรื่องของด้านพฤติกรรมที่ไม่ยืดหยุ่น ( Repetitive Behavior) ด้านการสื่อสารทางสังคม (Communication and Language Problems) ด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและทักษะสังคม (Social Deficits) อยู่ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีระดับอาการมากน้อยไม่เท่ากัน บางคนดูก่ำกึ่งใกล้เคียงกับคนทั่วๆ ไป จนบางคนมองไม่ออกว่าเป็นออทิสติกด้วยซ้ำ

.

.

ผมคิดว่าการที่สื่อและข้อมูลต่างพากันสื่อเกี่ยวกับออทิสติกว่าเขามี 2 ด้าน ถึงจะมีความบกพร่องบางด้าน แต่ก็มีความสามารถพิเศษบางด้านนั้น ผมคาดว่าเป็นเพราะเขาต้องการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspire) ให้ทุกคนเข้าใจว่าออทิสติกก็มีความสามารถ ถึงจะมีความแตกต่างก็ตาม และให้ทุกคนเห็นว่าออทิสติกสามารถพัฒนาจนมีความสามารถพิเศษได้ แต่นี้อาจเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ว่าเด็กออทิสติกจะมีความสามารถพิเศษอยู่ในตัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วออทิสติกแต่ละคนต่างแตกต่างกันออกไป โดยความจริงนั้นออทิสติกต่างมี Spectrum ที่ไม่เหมือนกัน และไม่จำเป็นว่าจะต้องมีความสามารถพิเศษระดับสูงทุกคน

.

.

Image removed. หาจุดแข็งเพื่อปิดจุดอ่อน

สำหรับอีกกรณีหนึ่งก็คือ ผมเคยเห็นผู้ปกครองบางท่านพยายามหาความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ของลูกตัวเองที่เป็นออทิสติก นั้นเป็นเพราะว่าเขาอาจรู้สึกว่าในด้านที่เป็นข้อบกพร่องของลูกตัวเองเป็นจุดอ่อน จึงจำเป็นต้องเร่งหาพรสวรรค์เพื่อสร้างเป็นจุดแข็ง เพื่อปิดจุดอ่อนของลูกตัวเอง เวลาออกสังคมอย่างน้อยลูกทำอะไรผิดพลาดจะได้มีจุดแข็งในการนำมาลดทำให้คนมองเห็นจุดอ่อนน้อยลงได้ สำหรับในกรณีนี้ผมมองว่าอย่างทำแบบนั้นเลยครับ กรณีแบบนี้อาจเกิดจากการที่ผู้ปกครองยังไม่ยอมรับสิ่งที่ลูกตัวเองเป็นจริงๆ

.

.

ผมว่าปล่อยให้เป็นธรรมชาติของเขา หากว่าออกสังคมเราก็พยามส่งเสริมดูแลเขาให้ดี ส่วนใครจะมองเขาในด้านที่ไม่ดีก็ปล่อยเขาไป เราไม่ต้องให้ความสนใจ ไม่จำเป็นต้องหาจุดเด่นเพื่อปิดจุดอ่อน เพราะเมื่อถึงเวลาที่ลูกค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบเจอสิ่งนั้นจะเป็นความสามารถพิเศษของเขาเองโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างมีเวลาของมัน ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะรู้ตัวว่าเขาชอบอะไร ซึ่งสิ่งนี้ก็ไม่ได้ต่างกันคนปกติทั่วๆ ไปที่ตอบไม่ได้ว่าจะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรตอนอายุเท่าไหร่ ? และอย่าลืมไปว่าความชอบก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกัน

.

.

Image removed. สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับออทิสติก

ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของออทิสติกไม่ใช่ความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ แต่มันคือ “ทักษะในการดำรงชีวิต” สำหรับความสามารถพิเศษหากว่ามีเราก็พัฒนาในส่วนนั้นต่อไป แต่ทักษะที่สำคัญจริงๆ ก็คือ จะทำอย่างไรที่ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ สิ่งนี้สำคัญกว่ามาก อาจเป็นออทิสติกธรรมดาทั่วๆ ไปแต่สามารถดำรงชีวิตได้ เรียนหนังสือได้ ทำงานได้ ดูแลตัวเองได้ ผมว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าเรามาตั้งเป้าหมายกันใหม่เถอะครับ แทนที่จะต้องเป้าหมายในการโฟกัสไปที่ความสามารถพิเศษ เรามาโฟกัสกันที่ทำอย่างไรให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ดีกว่าไหมครับ...

.

.

ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะมีโฟกัสก็คือทักษะต่างๆ ในการดำรงชีวิตเช่น ทักษะการใช้กล้ามเนี้อ ทักษะการสื่อสาร ทักษะความยืดหยุ่น ทักษะการควบคุมตัวเอง ทักษะการรอคอย ทักษะการปรับตัว ทักษะการรับรู้และเข้าใจตัวเอง ทักษะสังคม เป็นต้น แล้วอย่าลืมส่งเสริมเรื่องของสภาพจิตใจและความภูมิใจในตัวเอง (Self-Esteem) ให้กับออทิสติกกันด้วยนะครับ นี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากบอกไปถึงผู้ดูแลออทิสติกทุกท่าน เพราะผมมองว่ามันอาจไม่คุ้มก็ได้ หากว่าลูกของคุณเป็นอัจฉริยะ แต่สิ่งที่แลกมาคือ ทักษะในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขของเขาไม่ดี

#ออทิสติก #AutismSpectrumDisorder #เรื่องออทิสติกโดยPสุรเชษฐ์ #Asperger #แอสเพอร์เกอร์ #จิตวิทยา #ทักษะสังคม #ทักษะการใช้ชีวิต #เด็กพิเศษ #อัจฉริยะ