เลี้ยงดู "เด็กพิเศษ" ต้องเริ่มจากพ่อแม่ คัดกรองให้ไว เสริมพัฒนาการรอบด้าน

Submitted by นนทสิทธิ์ on Thu, 10/31/2024 - 01:06

พัฒนาการที่ดีของเด็กจะเป็นรากฐานของ บุคลิกภาพ อุปนิสัย และการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ สมอง สติปัญญา ความสามารถ เพราะเด็กในช่วงตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์แม่จนถึง 4 ปี ระบบประสาทและสมองจะเจริญเติบโตในอัตราสูงสุด (ประมาณ 80 % ของผู้ใหญ่)

ทว่าในกลุ่มของเด็กปฐมวัยจะมีกลุ่มเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ การดูแล และการบำบัดฟื้นฟู แบ่งเป็น เด็กที่มีปัญญาเลิศและมีความสามารถพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่าง ๆ และเด็กยากจนและด้อยโอกาส เด็กพิเศษควรได้รับการดูแลด้านร่างกาย การใช้ชีวิต การเรียนรู้ทางวิชาการและการเข้าสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้นตามความสามารถของเด็ก โดยการช่วยเหลือและการดูแลอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคนด้วย

  • เลี้ยงดูเด็กพิเศษ ต้องเริ่มที่พ่อแม่ สร้างความเข้าใจทั้งครอบครัว

คุณแม่โสภา สุจริตกุล ผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือคุณแม่ของน้องเสือ เด็กดาวน์ซินโดรม ผู้ประสบความสำเร็จจากการทุ่มเทของคุณแม่และครอบครัว ในการฝึกฝนพัฒนาการ จนสามารถเรียนจบปริญญาตรี ทำงานมีรายได้  เป็นครูจิตอาสา ครูสอนเต้น และเป็นนักกีฬาทีมชาติเล่าว่าน้องเสือจะมีลักษณะเด็กพิเศษค่อนข้างชัดตั้งแต่น้องคลอดออกมา แต่ตอนนั้นแม่ก็ไม่ทราบว่าน้องเป็นเด็กพิเศษ เป็นดาวย์ซินโดรม จนคุณหมอมาบอกว่า ลูกเป็นดาวน์ซินโดรม

"เมื่อ 33 ปี ที่แล้ว แม่ไม่รู้จักดาวน์ซินโดรม ว่าคืออะไร เรารู้แต่ว่าลูกเราคลอดออกมาตัวเล็กมาก พอคุณหมอบอกลูกเราเป็นดาวน์ซินโดรม และต้องอยู่ในห้องอบ 21 วัน เขาให้เรากลับบ้านก่อน พอแม่ออกจากโรงพยาบาลได้สังเกตลูกว่าความเป็นเด็กพิเศษของเขามีอะไรบ้าง พบว่า ลูกดูดนมไม่ได้ เขาไม่กำมือ และระหว่างที่ลูกอยู่ห้องอบเขานอนนิ่งๆ ไม่ขยับร่างกาย  แม่ก็ได้คุยกับคุณพ่อ และปรึกษาคุณหมอว่าเราจะดูแล เลี้ยงลูกอย่างไร  จนทราบว่ามีสถาบันราชานุกูลที่จะให้คำแนะนำในการดูแลลูกได้" คุณแม่โสภา กล่าว

 หลังจากลูกออกจากรพ.เราก็ไปสถาบันราชานุกูลทันที ซึ่งในห้องอบเรารู้สึกว่าเขาไม่เคลื่อนไหวร่างกายเลย และแม่ก็ไม่มีความรู้ แต่ตอนนั้นเราถือว่าเรารู้ไว และพาเขาไปพบคุณหมอ คุณหมอก็ให้คำแนะนำ สอนแม่ถึงการดูแล การฝึกฝนลูกต่างๆ

“จริงๆ กระบวนการคิดของแม่ 18-19 วันที่กลับไป กลับมาโรงพยาบาล เรามาคุยกับคุณพ่อ ครอบครัวว่ามีลูกเป็นเด็กพิเศษจะทำอย่างไร เราแบ่งหน้าที่กันทำ มีการพูดคุยกับลูกคนโตซึ่งเขาเป็นเด็กปกติ คุยกับปู่ย่าตายายว่าหลานเป็นอย่างไร และให้ทุกคนเข้าใจเขามากที่สุด  โดยแม่ลาออกจากงาน ให้พ่อทำงานคนเดียว โดยการเลี้ยงดูน้องเสือ ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำกับแม่ตลอด" คุณแม่โสภา กล่าว