เหตุผลและความจำเป็น

Submitted by ณิชาภัทร์ on Fri, 01/17/2020 - 12:56

เหตุผลความจำเป็นและสภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ

ทรัพยากรมนุษย์นับเป็นทุนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนพัฒนาประเทศ มุ่งเน้นให้ “คน” เป็นศูนย์กลางของพัฒนาประเทศโดยเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือ “การศึกษา” ทั้งนี้เนื่องจากการศึกษาเป็นกระบวนการช่วยให้คนมีความรู้สติปัญญาเกิดการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้คนในประเทศได้รับการศึกษา โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย สิทธิทางการศึกษาของคนพิการได้กำหนดไว้ในมาตรา 10 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 คนพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา โดยจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ประเภทและบุคคล หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่มีบทบาทในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการมีหลายกลุ่มด้วยกัน ได้แก่

           1. หน่วยงานรัฐ โดยมีกระทรวงการศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานทางการศึกษาของแต่ละประเภทความพิการทั้งในระบบ นอกระบบ รูปแบบการจัดมีทั้งการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาแบบเรียนร่วม การจัดการศึกษาพิเศษ เฉพาะความพิการ
           2. ชุมชน องค์กรเอกชน ได้แก่ มูลนิธิ สมาคมหรือชมรมต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาให้คนพิการมาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งมีระบบ รูปแบบ และแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ให้แก่คนพิการที่แตกต่างหลากหลายตามกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทความพิการ เช่น จัดบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มแก่เด็กพิการและครอบครัว จัดศูนย์เด็กเล็กเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กพิการ จัดการเรียนการสอนในรูปแบบศูนย์การเรียนของครอบครัวหรือองค์กร เป็นต้น
            3. ครอบครัวหรือผู้ปกครองคนพิการ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการทางการศึกษาให้แก่คนพิการทั้งการเตรียมความพร้อมการฝึก การส่งเสริมการเรียนรู้ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามความจำเป็นเหมาะสม
         

  จะเห็นว่าการจัดบริการทางการศึกษาให้แก่คนพิการจะมีผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม (stakeholders) และมีรูปแบบการจัดบริการที่หลากหลาย แต่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ ชุมชน องค์กรเอกชน ครอบครัวหรือผู้ปกครองคนพิการ ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการให้คนพิการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพในทุกระดับโดยทั่วถึงและเท่าเทียมกับคนทั่วไป เพื่อให้คนพิการสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

             การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ได้พิจารณาจากการดำเนินงานขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หลายแห่ง ซึ่งร่วมกันจัดการศึกษาในหลายรูปแบบ ทั้งการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสนองเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 10 “การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือผู้มีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอกาสต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ดังนั้น การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสองได้จัดการศึกษาให้ตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง” เพื่อให้คนพิการได้รับบริการทางการศึกษาตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล และสามารถดำรงชีวิตอิสระ (Independent Living: IL) ได้ในทุกบริบทของสังคมภายใต้นโยบายสังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน กระทรวงศึกษาธิการแบ่งโครงสร้างการบริหารออกเป็น 5 องค์กรหลัก คือ 1) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 3) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 5) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งมีบทบาทภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทุกประเภท ซึ่งครอบคลุมการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (Early Intervention : EI) การเตรียมความพร้อมและประสานส่งต่อจนถึงวัยเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ระดับอาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยด้วยรูปแบบวิธีการต่าง ๆ ตามความเหมาะสมสำหรับคนพิการทุกประเภทในปี พ.ศ. 2556-2559 ให้บริการการศึกษาสำหรับคนพิการในทุกระบบและทุกระดับการศึกษา ได้จำนวนทั้งสิ้น 1,445,177 คน ซึ่งจำแนกเป็นปี 2556 จำนวน 356,520 คน, ปี 2557 จำนวน 404,706 คน, ปี 2558 จำนวน 262,701 คน, ปี 2559 จำนวน 421,250 คน (แผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) กระทรวงศึกษาธิการ, 2561) โดยครอบคลุมจำนวนคนพิการทั้ง 9 ประเภทความพิการ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดบริการการศึกษาสำหรับคนพิการทุกประเภทความพิการ ด้วยรูปแบบการจัดการศึกษาที่หลากหลายและประสบผลสำเร็จในเชิงคุณภาพของการให้บริการการศึกษาสำหรับคนพิการ คือ
      1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการพัฒนาระบบและจัดทำฐานข้อมูลคนพิการด้านการศึกษา
      2. คนพิการได้รับการคัดกรอง การฟื้นฟูสมรรถภาพ และได้รับการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ
      3. มีการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่หลากหลายทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการศึกษาทางเลือก โดยเฉพาะศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ
      4. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในรูปแบบการเรียนรวมกระจายในทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อรองรับคนพิการทุกคนให้ได้รับสิทธิและโอกาสในการศึกษาอย่างเสมอภาคกัน และได้มีโอกาสเรียนรวมกับนักเรียนทั่วไปในโรงเรียนใกล้บ้าน
      5. มีการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล ให้เหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ
      6. มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีและมีสถานประกอบการที่รับนักเรียนนักศึกษาพิการเข้าฝึกงานตามกฎหมายทวิภาคีโดยคนพิการจะมีรายได้ตลอดเวลาที่เข้าฝึกงานในสถานประกอบการ
      7..พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีองค์ความรู้ในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการได้อย่างมีคุณภาพ
      8. พัฒนาสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้สำหรับคนพิการ ให้มีสภาพแวดล้อมที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมเสมอภาค
      9. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บริการนักศึกษาพิการ (Disability Support Services : DSS Center)
     10. สนับสนุนการเรียนการสอนตลอดจนบริการเทคโนโลยี พร้อมทั้งพัฒนาการผลิตสื่อให้กับครูผู้สอนคนพิการเพื่อนำไปจัดกระบวนการเรียนการสอนให้กับคนพิการ
     11. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยการพัฒนากลไกการประสานงานเครือข่ายในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล