หลักการการวัดและประเมินผล

Submitted by อังคณา on Wed, 01/22/2020 - 15:38

การวัดและประเมินผลสำหรับคนพิการหรือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสำเร็จนั้นผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามพัฒนาการที่คาดหวังให้สอดคล้องกับ หลักสูตรเพื่อสะท้อนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมิน เป็นข้อมูลและสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งสามารถปรับให้เหมาะสมตามประเภทของผู้เรียนโดยมีรายละเอียด ดังนี้
         1. การประเมินก่อนการให้บริการ
               1.1 การประเมินอายุพัฒนาการเด็ก
               1.2 การประเมินความสามารถพื้นฐาน เป็นการประเมินพัฒนาการที่คาดหวังในแต่ละทักษะ ก่อนทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
         2. การประเมินระหว่างการให้บริการเป็นการประเมินผลจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือเป้าหมายระยะสั้นในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ระหว่างการใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
         3. การประเมินหลังการให้บริการ
               3.1 การประเมินจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือเป้าหมายระยะสั้นทั้งหมดตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์ของพัฒนาการและเตรียมวางแผนการพัฒนาให้มีศักยภาพที่สูงขึ้นหรือการส่งต่อ
               3.2 การประเมินความก้าวหน้าของอายุพัฒนาการเด็ก
               3.3 การประเมินความสามารถพื้นฐานหลังการให้บริการเพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้า

การประเมินผลตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
               คณะกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลประชุมเพื่อประเมิน ทบทวน และปรับแผน พร้อมจัดทำรายงานผลการเรียนรู้อย่างน้อยปีการศึกษาละ 2 ครั้ง โดยประเมินตามขั้นตอน ดังนี้
               1. การประเมินผลตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล
               การประเมินตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) คือ การประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นการประเมินเพื่อให้ทราบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการตามที่ระบุไว้ในแผนการสอนเฉพาะบุคคลฉบับนั้นหรือไม่ โดยประเมินตามวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์การประเมินที่ระบุไว้ในแผนการสอนเฉพาะบุคคล แต่เนื่องจากแผนการสอนเฉพาะบุคคลหนึ่งฉบับอาจจะต้องนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหลายครั้ง จึงต้องมีการประเมินผลการเรียนรู้แต่ละครั้ง เพื่อตัดสิน
สรุปผลการประเมินว่าผู้เรียนผ่านหรือไม่ผ่านแผนการสอนเฉพาะบุคคลฉบับนั้น ตามแบบบันทึก หลังการสอนของแผนการสอนเฉพาะบุคคล
               2. การประเมินจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (เป้าหมายระยะสั้น)
               การประเมินจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ทำได้โดยประมวลผลการผ่านแผนการสอนเฉพาะบุคคล และนำมาเทียบกับเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
               3. การประเมินเป้าหมายระยะยาว 1 ปี
               การประเมินเป้าหมายระยะยาว 1 ปี ทำได้โดยประมวลผลการผ่านจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม และนำมาเทียบเกณฑ์การผ่านเป้าหมายระยะยาว 1 ปีที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
               4. การประเมินแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
               การประเมินแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ทำได้โดยประมวลผลการผ่านเป้าหมายระยะยาว 1 ปี และนำมาเทียบเกณฑ์การผ่านตามที่สถานศึกษากำหนด
               5. การตัดสินระดับผลการเรียนรู้
               การตัดสินระดับผลการเรียนรู้ ทำได้โดยนำผลการประเมินแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้/ทักษะการเรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล มาเทียบเคียงกับระดับผลการเรียนตามที่สถานศึกษากำหนดในกรณีที่ผู้เรียนมีพัฒนาการ หรือการเรียนรู้ต่ ากว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สามารถทบทวน และปรับแผนการสอนเฉพาะบุคคล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป้าหมายระยะยาว 1 ปีให้เหมาะสม เพื่อให้บรรลุตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หากผู้เรียนมีพัฒนาการหรือการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สามารถทบทวนและปรับแผนการสอนเฉพาะบุคคล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป้าหมายระยะยาว 1 ปี ให้เหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ (สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. 2555)

แนวทางการวัดประเมินผลผู้เรียนเรียนรวม
               การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาและกำกับติดตามการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งได้กำหนดคุณภาพที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมมาตรฐานและตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กับผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน รวมทั้งกลุ่มผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่การวัดและประเมินผล จะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของผู้เรียน อาทิ ผู้เรียนที่พิการอาจต้องมีการปรับการประเมินผลที่เอื้อ ต่อสภาพผู้เรียน ทั้งวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ หรือกลุ่มผู้เรียนที่มีจุดเน้นเฉพาะด้าน เช่น เน้นด้านอาชีพ นาฏศิลป์ พลศึกษา ฯลฯ อาจกำหนดสัดส่วนน้ าหนักคะแนนและวิธีการประเมินที่ให้ความสำคัญแก่ทักษะ ด้านการปฏิบัติ นอกจากนั้นการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ควรอยู่บนหลักการพื้นฐาน คือ การประเมิน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ และการ
ประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน โดยเฉพาะการประเมินเพื่อการพัฒนานั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรมีการประเมินเป็นระยะสม่ าเสมอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุง การเรียนการสอนและแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนนั้นเป็นการตรวจสอบแล้วตัดสินว่า ผู้เรียนมีการพัฒนาอันเกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือไม่ และใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการเรียนรู้

ต่อไป สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีผลอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและ ความน่าเชื่อถือของการวัดและประเมินผล ได้แก่ วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินครูผู้สอนควรให้ความสำคัญแก่การประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การพูดคุยและใช้คำถาม การสังเกต การเขียนสะท้อนการเรียนรู้ การประเมินการปฏิบัติ การตรวจการบ้าน การแสดงออกในการ ปฏิบัติงาน การแสดงกิริยาอาการต่าง ๆ การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน แบบทดสอบ การประเมินตนเอง ฯลฯ ของผู้เรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อได้ทราบว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐาน/ตัวชี้วัดหรือมีแนวโน้มว่าจะบรรลุตัวชี้วัดเพียงใด และสิ่งเหล่านี้ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่มเพื่อให้การวัดและ ประเมินผลเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

               การประเมิน ทดสอบ ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษให้สอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาพิเศษ สำหรับบุคคลพิการและข้อกำหนดในกฎหมาย ผู้ดำเนินการทดสอบต้องจัดให้บริการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประเมินผลให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภท และบุคคลของผู้เรียน สำหรับประเภทและความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก โดยทั่วไป อาจเป็น ดังนี้
               1. การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านรูปแบบของข้อสอบ (Presentation Accommodations) เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบของแบบทดสอบ หรือคำสั่งในการทำแบบทดสอบ เช่น ตัวพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่ พิมพ์ด้วยอักษรเบรลล์ มีการแปลเป็นภาษามือ หรือการอ่านให้ฟัง
               2. การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านวิธีการตอบข้อสอบ (Response Accommodations) เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการในการตอบคำถามในแบบทดสอบ หรือการกระตุ้นเตือน เช่น การอนุญาตให้นักเรียน ระบุคำตอบโดยการชี้หรือการใช้ภาษาท่าทาง (gesturing) หรือให้มีเจ้าหน้าที่ ช่วยเขียนคำตอบ (scride) การบันทึกคำตอบโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ
               3. การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการจัดสภาพแวดล้อม (Setting Accommodations) เป็นการปรับสภาพแวดล้อม สถานที่หรือรูปแบบของการสอบ เช่น การจัดการสอบเป็นกลุ่มเล็ก ๆ การสอบเป็นรายบุคคลหรือแม้กระทั่งที่บ้านของนักเรียน
               4. การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการกำหนดเวลาสอบและตารางสอบ (Timing and Scheduling Accommodation) เป็นการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับเวลาการสอบ หรือตารางสอบ เช่น ขยายเวลาในการทำแบบทดสอบให้มากขึ้น หรืออนุญาตให้มีการหยุดพัก (break) ในระหว่างการทำแบบทดสอบ