ประวัติความเป็นมาในการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
ประวัติความเป็นมาด้านการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินการศึกษาสำหรับเด็กหูหนวกในประเทศไทย เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2494 โดย ม.ร.ว.เสริมศรี เกษมศรี ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยกาลอเดท (Gallaudet College) ประเทศสหรัฐอเมริกา วิทยาลัยทางศิลปศาสตร์แห่งแรกและแห่งเดียวสำหรับคนหูหนวก ได้เปิดหน่วยทดลองสอนคนหูหนวกขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนวัดโสมนัส การสอนคนหูหนวกในตอนนั้นเป็นการสอนพูดโดยใช้ท่าภาษามือประกอบ ต่อมาคุณหญิงกมลา ไกรฤกษ์ ได้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเดียวกันมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนสอนคนหูหนวกดุสิต (ปัจจุบันคือโรงเรียนเศรษฐเสถียร) ภาษามือไทยจึงถูกรวบรวมและพัฒนามาจากภาษามืออเมริกัน การสะกดนิ้วมือไทยประดิษฐ์มาจากการผสมผสานระหว่างการสะกดนิ้วมืออเมริกันและอักษรในภาษาไทย จากนั้นได้มีการรวบรวมภาษามือเป็นหนังสือภาษามือไทยขึ้น เพื่อใช้สอนคนหูหนวกในประเทศไทย การเรียนการสอนในตอนแรกใช้การสอนพูดรวมกับการใช้ภาษามือและการสะกดนิ้วมือร่วมกับการอ่าน และการเขียนตามปกติ
โรงเรียนเศรษฐเสถียร เป็นโรงเรียนรัฐบาลสังกัดกองการศึกษาเพื่อคนพิการ กระทรวงศึกษาธิการ (สมัยนั้น) เป็นโรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งแรกของประเทศไทย พัฒนาขึ้นมาจากหน่วยทดลองสอนคนหูหนวกโรงเรียนเทศบาล 17 (วัดโสมนัสวรวิหาร) กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2494 ต่อมาในวันที่ 25 มีนาคม 2495 คุณหญิงโต๊ะ นรเนติบัญชากิจ ได้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์สิน มีเงินสด ที่ดินและบ้านส่วนตัวของท่าน ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 137 ถนนพระราม 5 ตําบลถนนนครไชยศรี อําเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ตั้งเป็นมูลนิธิให้ชื่อว่า "มูลนิธิเศรษฐเสถียร" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งตระกูล "เศรษฐบุตร" อันเป็นตระกูลของพระยานรเนติบัญชากิจ สามีของท่าน กับตระกูล "โชติกเสถียร" ซึ่งเป็นตระกูลของคุณหญิงเอง มูลนิธิเศรษฐเสถียร มีวัตถุประสงค์ที่จะร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดสร้างโรงเรียนสอนคนหูหนวกขึ้นในที่ดินแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2496 กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารโรงเรียนสอนคนหูหนวกและงบประมาณสำหรับครุภัณฑ์และการดําเนินงานของโรงเรียน ในปีที่บรรจบครบรอบปีที่ 2 แห่งการจัดการศึกษาสำหรับคนหูหนวกในประเทศไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม 2496 ซึ่งเป็นวันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีพิธีเปิดโรงเรียนสอนคนหูหนวกในประเทศไทยขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2504 โรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งนี้ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนสอนคนหูหนวกดุสิต อันเนื่องมาจากกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดตั้งโรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งใหม่ขึ้นที่บริเวณอาคารสงเคราะห์ทุ่งมหาเมฆ ในปี พ.ศ. 2518 กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายให้โรงเรียนสอนคนหูหนวกทั่วประเทศ เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนสอนคนหูหนวก เป็นโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดต่างๆ คณะกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก
ได้เสนอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนสอนคนหูหนวกดุสิต เป็นโรงเรียนเศรษฐเสถียรเพื่อเป็นอนุสรณ์แดํ มูลนิธิเศรษฐเสถียร ที่ยุบเลิกไป จึงปรากฏชื่อโรงเรียนเศรษฐเสถียร ตั้งแต่ 1 มกราคม 2518 ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2545 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนเศรษฐเสถียรไว้ในพระราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานพระราชูปถัมภ์
ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2542 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศให้ภาษามือไทยจัดว่าเป็นภาษามือประจําชาติ(ของคนหูหนวกไทย) และได้ให้การรับรองให้ใช้ภาษามือไทยตามแบบหนังสือปทานุกรมภาษามือไทย เล่ม1หนังสือปทานุกรมภาษามือไทย ฉบับปรับปรุงและขยายเพิ่มเติมของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยและแบบสะกดนิ้วมืออักษรไทย ประดิษฐ์โดยคุณหญิงกมลา ไกรฤกษ์ (ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 17 ส.ค. 2542)
ในปัจจุบันการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ในรูปแบบของศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนเฉพาะความพิการ โรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วม อีกทั้งยังมีการจัดการศึกษาและให้การฟื้นฟู ในรูปแบบของหน่วยงาน โรงเรียนเอกชน โรงพยาบาล โรงเรียนอาชีวศึกษา มูลนิธิ สมาคม มหาวิทยาลัย รูปแบบการจัดการศึกษาที่จัดให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความสนใจ ความสมัครใจของผู้ปกครองและผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินเอง ระดับการได้ยินที่ยังหลงเหลืออยู่ฐานะทางการเงิน ที่สามารถจะเลือกวิธีฟื้นฟูและหน่วยงานตามความต้องการได้ (สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ www.special.obec.go.th , เว็บไซต์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-ociety.go.th , เว็บไซต์ โลกของคนหูหนวก www.nadt.thport.com , มูลนิธิอนุเคราะห์ คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมป์ www.deafthai.org.th )