วิธีช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (เมื่อพบความบกพร่อง)
1. แนะนําครอบครัวของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ในเรื่องต่อไปนี้
1.1 ให้พบกับครอบครัวที่มีลูกเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเหมือนกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงดูลูก
1.2 ให้พบกับคนหูหนวกและคนหูตึงผู้ใหญ่ที่เป็นต้นแบบได้ เพื่อให้ผู้ปกครองมองเห็นแนวทางในการเลี้ยงดูลูก
1.3 ผลกระทบที่เกิดจากความบกพร่องทางการได้ยินที่จะเกิดกับเด็ก เช่น การรับรู้ การสื่อสาร และพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้า
1.4 การเลี้ยงดูลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างไรจึงจะไม่ทำให้ลูกเป็นคนพิการ
1.5 ความสำคัญของการได้ยินที่เหลืออยู่ของเด็ก การฝึกให้เด็กได้ใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์ การฝึกฟังตั้งแต่เด็กอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
1.6 ความสำคัญของการเรียนรู้ การสื่อสาร และภาษาที่มีต่อพัฒนาการของเด็กทั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ พัฒนาการด้านจิตวิทยา พัฒนาการทางด้านภาษา และพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ให้เลือกใช้ภาษาที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ เช่น ภาษาท่าทางที่มาจากท่าทางธรรมชาติ ภาษาพูด และภาษามือ
1.7 บริการสื่อ สิ่งอ่านวยความสะดวก และความช่วยเหลืออื่นใด สำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เช่น เครื่องช่วยฟัง การฝังประสาทหูเทียม ล่ามภาษามือ ฯลฯ
1.8 การศึกษาที่สามารถตอบสนองความต้องการจําเป็นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็ก
1.9 ภาษาและวัฒนธรรมของคนหูหนวก
2. การเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในเรื่องต่างๆ ดังนี้
2.1 การฝึกฟังและฝึกออกเสียง เพื่อให้เด็กสามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด และฝึกการออกเสียง เพื่อเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพูดต่อไป
2.2 พัฒนาการทางด้านภาษา เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะมีปัญหาเรื่องการฟัง และการพูด แต่เด็กต้องได้รับการส่งเสริมให้มีพัฒนาการทางภาษาที่เหมาะสมกับวัย การใช้ท่าทางธรรมชาติ ควบคูํกับการพูด จะทำให้เด็กเรียนรู้โลกรอบตัว และมีพัฒนาการทางภาษาเหมือนเด็กทั่วไป ส่วนจะเลือกใช้ภาษาพูดหรือภาษามือ ให้ดูความสามารถในการสื่อสารของเด็กเป็นรายบุคคล
2.3 พัฒนาการทางด้านจิตวิทยา เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน มักจะมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ การสื่อสาร อารมณ์และจิตใจ ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการด้านจิตวิทยา เด็กไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เนื่องจากไม่มีต้นแบบในการดําเนินชีวิต การให้เด็กได้พบปะกับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่สามารถเป็นต้นแบบที่ดี ได้เติบโตท่ามกลางกลุ่มคนที่มีภาษาและวัฒนธรรม ที่
สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง จะส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตวิทยาของเด็ก ทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่มีอารมณ์ จิตใจที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข
2.4 พัฒนาการทางการเรียนรู้ เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ต้องได้เรียนรู้โลกรอบตัวเขา ที่มีความเหมาะสมกับวัย เหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป ซึ่งการเรียนรู้โลก จะต้องผ่านการเรียนรู้ที่ตรงกับช่องทางการรับรู้ของเด็ก ซึ่งใช้สายตาเป็นช่องทางการรับรู้ ฉะนั้นการใช้ภาษาท่าทางประกอบการพูด การสื่อสารกับเด็กๆ เหมือนการพูดคุยกับเด็กปกติเป็นเรื่องสำคัญและจําเป็น ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องสื่อสารกับเด็กอย่าง
สม่ำเสมอ จะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการทางด้านสติปัญญาต่อไป
การพัฒนาด้านพฤติกรรมให้แก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
1. ส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจําวัน
2. เรียนรู้ข้อมูลการสูญเสียการได้ยินของลูกเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแนวทางการพัฒนาทางด้านภาษาและการเรียนให้กับลูกได้อย่างเหมาะสม
3. ให้การสนับสนุนและปฏิบัติตามค่าแนะนําของโสต สอ นาสิกแพทย์ นักแก้ไขการได้ยิน นักแก้ไขการพูดและครู หรือนักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็ก
4. ให้ความรัก ความอบอุ่น ความเมตตา ความเอาใจใส่ แต่ต้องไม่ตามใจหรือเคร่งครัดเกินไปให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกันทั้งลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และลูกที่มีความปกติจัดหน้าที่และความรับผิดชอบไปตามความสามารถและอายุ พยายามให้ลูกมีเหตุผลชมเมื่อควรชม และตําหนิเมื่อต้องตําหนิมีความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกันในครอบครัวของบุคคลที่มีบกพร่องทางการได้ยิน
5. วางระเบียบกฎเกณฑ์รวมทั้งข้อมูลต่างๆให้สมาชิกในครอบครัวทราบ และถือปฏิบัติต่อ เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเหมือนกัน
6. แนะนําให้ทุกคนในครอบครัวให้ตระหนักว่าจะไม่มีการพูดเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินกับเด็กที่ปกติ ให้เกิดความน้อยใจ หมดกำลังใจ และท้อแท้แต่ควรให้กำลังใจและชี้ให้เห็นทางออกที่จะสามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ได้เรียนรู้และใช้ภาษาสื่อสารกับลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
7. พยายามบอกเล่าให้ลูกได้รู้ในเรื่องต่างๆตามอายุที่ควรจะรู้ เช่นเรื่องความบกพร่องทางการได้ยิน การไม่ได้ยินเสียง ความรู้ทางด้านภาษาเครื่องช่วยฟัง จริยธรรม คุณธรรม และวัฒนธรรมที่ดีของสังคมที่เขาอยู่ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อเขาจะได้ตอบสนองต่อสังคม รอบด้านได้ถูกต้อง
8. จัดให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมช่วยเหลือสังคมหรือเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเหมือนกัน หรือกลุ่มบุคคลที่มีความบกพร่องด้านอื่น
9. จัดให้มีเวลาสำหรับครอบครัว สำหรับลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อให้มีบรรยากาศปรึกษาหารือกัน ให้ลูกมีความไว้ใจในการเล่ากิจกรรมต่างๆ ถ้ามีกิจกรรม หรือมีปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขควรแจ้งให้ลูกที่มีความบกพร่องทางการได้ยินทราบทุกครั้ง
ในปัจจุบันนักแก้ไขการได้ยิน (audiologist) สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของการได้ยินในเด็กเล็กๆไม่ว่าเด็กจะมีอายุน้อยเพียงใดก็ตามหากวินิจฉัยได้เร็วเท่าไรก็จะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพการฟัง และการพูด การใช้ภาษาในการสื่อสารได้เร็วเท่านั้น โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน เช่น เด็กคลอดก่อนกำหนดเด็กตัวเขียวหลังคลอด เป็นต้น หากผู้ปกครองประสงค์จะให้เด็กสื่อความหมาย ด้วยการฟังและพูดจะต้องให้เด็กใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยินและจะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยินและการพูดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่การฝึกฟัง เพื่อให้เด็กใช้การได้ยินที่หลงเหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดการกระตุ้นให้เด็กออกเสียงพูด การสอนให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาและทัศนคติในการโต้ตอบสื่อความหมาย รวมทั้งการแก้ไขเสียงพูด อย่างไรก็ตามกรณีที่หูสูญเสียการได้ยินมากหรือมีอุปสรรค
อย่างอื่นที่ทำให้เด็กไม่มีความก้าวหน้าในการฟังและการพูดหลังจากใส่เครื่องช่วยฟัง เด็กอาจจะต้องเรียนภาษามือหรือทำการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมเพื่อช่วยให้เด็กรับฟังเสียงได้ดีขึ้น ต้องส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสามารถของแต่ละคนให้มากที่สุด เพื่อที่บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจะสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อใช้ในการเรียน และการสื่อสารในชีวิตประจําวันได้ เช่น
- ฝึกประสาทสัมผัสการใช้มือ การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่
- ฝึกประสาทสัมผัสในการใช้สายตา ให้มีความสัมพันธ์กัน และจับความเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เร็วขึ้น
- ฝึกประสาทสัมผัสให้มีความสัมพันธ์กับความคิด สามารถบอก แสดงออก หรือสื่อความหมายในการสัมผัสได้ เช่น สามารถบอกได้ว่า สิ่งใดมีความร้อน ความเย็น ความเหม็น ความหอม ความเจ็บ ความปวด ความแสบได้
- ฝึกออกเสียง ครูควรคิดหาเทคนิคแปลกๆมาใช้ในการสอนออกเสียงควรสอนเทคนิคการจดจําเสียง และสัญลักษณ์ต่างๆ มีการใช้สื่อประสมเข้ามาช่วย โดยสอดแทรกอารมณ์ขันให้สนุกสนานเพราะอารมณ์ ความรู้สึกที่ประทับใจจะช่วยให้เรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและจําได้ดีขึ้นเมื่อพบปัญหาการออกเสียงของนักเรียน ควรเลือกค่า หรือข้อความ วิธีการออกเสียงที่ถูกต้อง ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนแล้วช่วยให้เขาทำจนสำเร็จซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแล้วยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและทำให้เกิดทัศนคติต่อการเรียนอีกด้วย
- ฝึกฟัง เช่น เสียงแตรรถยนต์ เสียงเครื่องยนต์ เสียงฟูาร้อง เสียงระฆัง เสียงกลอง เสียงตะโกน เสียงกระซิบ โดยฝึกทั้งที่ใส่เครื่องช่วยฟัง และตอนที่นักเรียนไม่ใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อให้นักเรียนเกิดการเปรียบเทียบเสียงได้ ประโยชน์ของการฝึกฟังก็เพื่อไม่ให้บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเกิดความตกใจเมื่อได้ยินเสียงที่ดังเกินไป สามารถแยกเสียงแต่ละประเภทได้ และยังสามารถปูองกันอันตรายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมได้ด้วย
- ฝึกค่าศัพท์ง่ายๆ ในชีวิตประจําวัน เพื่อใช้ในการสื่อสารกับบุคคลอื่น ทั้งการพูด และการเขียน เช่น ไป กิน หิว ปวดท้อง สนทนา
- ฝึกให้อ่านริมฝีปากได้ ถึงแม้จะไม่ได้ยินเสียง โดยเริ่มจากค่าศัพท์ง่ายๆ สั้นๆ ก่อน
- ฝึกให้เด็กรู้จักสัญลักษณ์สากล เช่น ป้ายบอกทิศทาง ซ้าย ขวา ห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย เขตอันตราย ห้ามเข้า
- ฝึกการใช้ภาษามือโดยเริ่มจากค่าศัพท์ในชีวิตประจําวัน อาจมีรูปภาพและการเขียนเข้ามาช่วย เพื่อให้เกิดความจําที่ถาวร
- ส่งเสริมความสามารถพิเศษ หรือสิ่งที่เด็กสนใจ เช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ การแสดง ให้เต็มตามศักยภาพของเด็ก
ทั้งนี้สิ่งต่างๆ จะประสบความสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากครู ครอบครัว ผู้ปกครอง และบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเอง ที่ต้องมีความพยายามในการฝึกฝน มีความอดทน มีการให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา เข้าร่วมในการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยจัดเตรียมข้อมูลที่จําเป็นเกี่ยวกับความต้องการของเด็กส่งเสริมให้เด็กมีความพยายาม และพึ่งตนเองให้มากที่สุด ผู้ปกครองควรเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก เพื่อที่จะสามารถกลับไปฝึกที่บ้าน และสื่อสารกับเด็กได้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็กในด้านการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคต