สาเหตุของความบกพร่องทางสติปัญญา
ความบกพร่องทางสติปัญญา ไม่ใช่โรคและความเจ็บปุวยทางร่างกาย ดังนั้นจึงไม่สามารถรักษาทางการแพทย์ได้ ไม่สามารถจับต้องได้ นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าความบกพร่องทางสติปัญญา มาจากสาเหตุหลายประการ สิ่งที่รู้กันมากที่สุดได้แก่เงื่อนไขทางยีน ปัญหาที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์ ปัญหาตอนคลอด และปัญหาทางสุขภาพโดยทั่วไป (Algozzine & Ysseldyke. 2006) ในปัจจุบันยังเชื่อกันว่าความบกพร่องทางสติปัญญาเกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรมที่ไม่ส่งเสริมสมรรถภาพทางสติปัญญาของบุคคล (ศรีเรือน แก้วกังวาล. 2543; Hallahan & Kauffman. 1997) ดังนั้นจึงสามารถแบ่งสาเหตุได้ดังนี้
1. ความผิดปกติของยีน
ภาวะบกพร่องทางสติปัญญาอาจมีสาเหตุมาจากยีนทางพันธุกรรมที่ผิดปกติจากพ่อแม่ ผิดปกติ เมื่อยีนมาผสมกัน หรือปัญหาทางยีนอื่น ๆ ตัวอย่างได้แก่ ดาวน์ซินโดรม ไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม (Klinefelter’s Syndrome) และฟีนีลเคโทนูเรีย (Phenylketonuria : PKU) เกือบจะทั้งหมดของอาการ ทางยีนที่เป็นผลทําให้บกพร่องทางสติปัญญา ผู้ซึ่งมีอาการดาวน์ซินโดรม หมายถึงโครโมโซมคู่ที่ 21 ผิดปกติแทนที่จะเป็นคู่กลับเป็นคี่ มักจะมีหน้ากลม คางสั้นกว่าในวัยเดียวกัน มักจะมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง
(Hypotonia)
2. ปัญหาช่วงตั้งครรภ์และคลอด
ภาวะที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสามารถมีผลมาจากการที่ทารกไม่ได้มีพัฒนาการมาอย่างถูกต้อง เช่น อาจจะมีปัญหาที่การแบ่งตัวของเซลล์ขณะที่เป็นไข่อ่อนหรือตัวอ่อนเจริญเติบโต การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการติดเชื้อหัดเยอรมันก็เป็นสาเหตุให้เป็นเด็กบกพร่องทางสติปัญญาได้เช่นเดียวกัน ระหว่างการทําคลอดและคลอด เด็กอาจจะมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ถ้าไม่ได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเพียงพอ
3. ความผิดปกติทางสมอง หรือสมองถูกทำลาย
3.1 การผิดปกติทางสมองอาจเกิดจากการติดเชื้อ เด็กที่ติดเชื้ออันจะนําไปสู่ภาวะปัญญาอ่อน อาจเกิดในระยะอยู่ในครรภ์ของแม่ หรือภายหลังคลอดแล้ว เช่นติดเชื้อหัดเยอรมัน ซิฟิลิส
3.2 การได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม เช่น ได้รับรังสี สารพิษ ภาวะทุพโภชนาการ คลอดก่อนกําหนด คลอดหลังจากกําหนด หรือได้รับอุบัติเหตุจากการคลอด
3.3 สมองขาดออกซิเจนก็เป็นสาเหตุของภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ ภาวะบกพร่องทางสติปัญญาอาจมีสาเหตุมาจากหลายประการได้แก่ ยีนทางพันธุกรรมที่ผิดปกติจากพ่อแม่ ผิดปกติเมื่อยีนมาผสมกัน หรือปัญหาทางยีนอื่น ๆ ปัญหาช่วงตั้งครรภ์และคลอด ภาวะที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสามารถมีผลมาจากการที่ทารกไม่ได้มีพัฒนาการมาอย่างถูกต้อง เช่น อาจจะมีปัญหาที่การแบ่งตัวของเซลล์ขณะที่เป็นไข่อ่อนหรือตัวอ่อนเจริญเติบโต การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการติดเชื้อหัดเยอรมันก็เป็นสาเหตุให้เป็นเด็กบกพร่องทางสติปัญญาได้เช่นเดียวกัน ระหว่างการทําคลอดและคลอด ความผิดปกติทางสมอง หรือสมองถูกทําลาย ซึ่งการผิดปกติทางสมองอาจเกิดจากการติดเชื้อ เด็กที่ติดเชื้ออันจะนําไปสู่ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา การได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม เช่น ได้รับรังสี สารพิษ ภาวะทุพโภชนาการ คลอดก่อนกําหนด คลอดหลังจากกําหนด หรือได้รับอุบัติเหตุจากการคลอด สมองขาดออกซิเจนก็เป็นสาเหตุของภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้
การวินิจฉัยคัดแยกนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
ภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้รับการวินิจฉัยจากการสังเกตในสองประเด็น ได้แก่ ความสามารถทางสติปัญญาและพฤติกรรมในการปรับตัว ความสามารถทางสติปัญญาหมายถึง ความสามารถในการเรียนรู้ การคิด การแก้ปัญหา และเข้าใจเรื่องของโลก ความสามารถทางสติปัญญาถูกวัดอย่างง่าย ๆ จากการทดสอบระดับสติปัญญา (IQ Test) คะแนนเฉลี่ยในการทดสอบเท่ากับ 100 ผู้ที่ได้คะแนนต่ํากว่า 70-75 ได้รับการพิจารณาว่าเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบของคนทั่วไปอยู่ที่ 100 ตามทฤษฎี มีประมาณ 2.27 เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่อยู่ในช่วงนี้ สมมติฐานของความฉลาดตามโค้งปกติแยกพื้นที่ออกเป็น 8 ส่วน ตามการกระจายปกติ (Hallahan. 1997)
คำอธิบายรูป
กราฟรูประฆังคว่ํานี้ แสดงการกระจายของคะแนน IQ ว่า โดยทั่วไป ประชากรที่มี IQ อยู่ในระดับนั้นๆ มีจํานวนร้อยละเท่าไรเมื่อเปรียบเทียบกับจํานวนประชากรทั้งหมด
ข้อมูลในแนวนอน (แกน X) เป็นคะแนนระดับสติปัญญา หากนับจากจุดตรงกลางที่ 100 ไปทางซ้ายหมายถึงคะแนนสูง ส่วนข้อมูลในแนวตั้ง (แกน Y) เป็นจํานวนประชากร โดยด้านล่างหมายถึง จํานวนน้อยจนถึงด้านบนหมายถึงจํานวนมาก
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation หรือ SD)* เป็นค่าทางสถิติที่ 1 ช่อง คือ 1 SD มีค่าเท่ากับ 15
พื้นที่ 1 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่ถือว่าเป็นระดับเฉลี่ยของคนทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 68
พื้นที่ 2 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่ต่ํากว่าระดับปกติเท่ากับ 1 SD หรือคิดเป็นช่วง 70-85 ซึ่งเด็กที่มีระดับ IQ อยู่ในกลุ่มนี้เราเรียกว่า “เด็กเรียนช้า (Slow Learners)”
พื้นที่ 3 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่ต่ํากว่าระดับปกติเท่ากับ 2 SD หรือคิดเป็นช่วง 55-70 ซึ่งเด็กที่มีระดับ IQ อยู่ในกลุ่มนี้เราเรียกว่า “เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับเล็กน้อย
พื้นที่ 4 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่ต่ํากว่าระดับปกติมากกว่า 2 SD หรือคิดเป็นช่วงตั้งแต่ 55 ลงไป ซึ่งเด็กที่มีระดับ IQ อยู่ในกลุ่มนี้เราเรียกว่า “เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับเล็กน้อย”
พื้นที่ 5 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่สูงกว่าระดับปกติเท่ากับ 1 SD หรือคิดเป็นช่วง 115-130 ซึ่งเด็กที่มีระดับ IQ อยู่ในกลุ่มนี้เราถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างฉลาด
พื้นที่ 6 หมายถึง ช่วงคะแนน IQ ที่สูงกว่าระดับปกติเท่ากับ 2 SD ขึ
การป้องกันความบกพร่องทางสติปัญญา
สาเหตุความบกพร่องทางสติปัญญาบางประการสามารถปูองกันได้ นักวิชาการหลายคนเชื่อว่า สามารถปูองกันได้ วิธีที่จะป้องกันความบกพร่องทางสติปัญญา อาจทําได้หลายวิธี เช่น
1. ดูแลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ดูแลสุขภาพของแม่ และโภชนาการในระหว่างตั้งครรภ์
2. ปูองกันการติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์
3. ช่วยให้พ่อแม่หลีกเลี่ยงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
4. ส่งเสริมให้พ่อแม่วางแผนที่จะเว้นระยะการตั้งครรภ์ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องพันธุกรรม และตรวจสอบครรภ์
5. มั่นใจในเรื่องโภชนาการ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กทุก ๆ คน
6. ต้องทําให้บ้าน ยานพาหนะ โรงเรียน และชุมชนมีความปลอดภัย
7. สร้างโปรแกรมการเรียนที่เหมาะสม
8. ให้การศึกษากับพ่อแม่ และให้ความรู้เรื่องทักษะการเป็นพ่อ และแม่
9. ปกปูองเด็ก ๆ จากการถูกทอดทิ้ง
10. ให้การศึกษากับสาธารณชนในเรื่องของสาเหตุของความบกพร่องทางสติปัญญา