ความหมายและประเภทของออทิซึม

Submitted by ปิยสุดา on Thu, 02/27/2020 - 04:05

ความหมายของออทิซึม

     ออทิซึมเป็นความบกพร่องที่รู้จักมาเป็นเวลา 70 ปีแล้ว ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อธิบายอาการออทิซึมว่าเป็นความบกพร่องทางด้านพัฒนาการ ลักษณะของออทิซึมมักปรากฏให้เห็นได้ในช่วงระหว่าง 3 ปีแรกของชีวิต จากความผิดปกติของระบบประสาทจึงส่งผลต่อการทำงานของสมอง (Autism Society of America, 2007) สำหรับประเทศไทย ดารณี อุทัยรัตนกิจ (2552) ได้ให้คำนิยามของออทิซึม โดยอธิบายว่า ออทิซึม หมายถึง พัฒนาการที่ผิดปกติซึ่งมีจุดกำเนิดจากประสาทชีววิทยา และส่งผลกระทบต่อความสามารถของบุคคลในการสื่อสารความคิดและความรู้สึก การใช้จินตนาการ การสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น การเปลี่ยนแปลง การรับสัมผัส และการรับรู้ความเป็นไปรอบตัว ไม่มีพฤติกรรมใดเพียงพฤติกรรมเดียวที่บ่งบอกลักษณะของออทิซึม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้
     ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ได้กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคลออทิสติก ดังนี้ บุคคลออทิสติก ได้แก่ บุคคลที่มีความผิดปกติของการจัดระบบงานของสมองบางส่วนซึ่งส่งผลต่อความบกพร่องทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสังคม และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีข้อจำกัดด้านพฤติกรรมหรือมีความสนใจจำกัด เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยความผิดปกตินั้นค้นพบได้ก่อนอายุ 30 เดือน (กระทรวงศึกษาธิการ, พ.ศ. 2552) 
     จากการรายงานของ The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) แสดงการเพิ่มขึ้นของจำนวนเด็กออทิสติกในรัฐต่าง ๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา และในรายงานฉบับเดียวกันได้ระบุว่า จากในอดีตอัตราส่วนเด็กออทิสติกกับเด็กทั่วไป คือ 15 ต่อ 10,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 1 ต่อ 88 คน ในปี ค.ศ. 2008 (Centers for Disease Control and Prevention, 2008) นอกจากนี้ จากการศึกษาความชุกของออทิซึมในประเทศเกาหลีโดย Kim young-shin (2011) พบว่า ร้อยละ 2.64 ของเด็กอายุ 7-12 ปี มีอาการออทิซึม และข้อมูลกระทรวงาธารณสุขเมื่อปี ค.ศ. 2007 พบว่า ประเทศไทยมีบุคคลออทิสติกอยู่ราว 180,000 คน ทั้งนี้ โดยภาพรวม พบว่า อัตราส่วนเด็กชายที่เป็นออทิสติกมากกว่าหญิง 4 เท่า โดยไม่มีความสัมพันธ์กับเชื้อชาติหรือพื้นที่ทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งรายได้ของครอบครัว ลักษณะการดำเนินชีวิต และระดับการศึกษาก็ไม่มีผลต่อการเป็นออทิสติก
     ออทิซึมกระส่งผลทบต่อพัฒนาการของสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความคิดที่เป็นเหตุผล การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และทักษะการอสาร โดยทั่วไปเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นออทิสติกมีความบกพร่องในการสื่อสาร ทั้งการสื่อสารด้วยวาจาและท่าทาง (Verbal and non-verbal ommunication) การมีปฏิสัมพันธ์ทางด้านสังคม และการใช้เวลาว่าง หรือการเล่น เนื่องจากความบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้บุคคลออทิสติกมีปัญหาด้านการสื่อสารกับผู้อื่นและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตนเอง บุคคลออทิสติกอาจแสดงการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ซ้ า ๆ เช่น การสะบัดมือ (Hand flapping) การโยกตัว (Rocking) มีการตอบสนองต่อผู้อื่นที่ผิดปกติ หรือยึดติดกับสิ่งของ และต่อต้านต่อการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนของตนเอง ในบางกรณีปรากฏความก้าวร้าว หรือทำร้ายตนเอง

ประเภทของออทิซึม

      ออทิซึมเป็นหนึ่งใน ‘Spectrum disorder’ หมายถึง อาการหรือลักษณะของออทิซึมที่มีความหลากหลาย ผสมผสานกัน จากระดับน้อยจนถึงรุนแรง ถึงแม้ว่าออทิซึมได้ถูกอธิบายโดยลักษณะพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นออทิสติกแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผสมผสานออกมาในระดับความรุนแรงของแต่ละคน อย่างไรก็ตามเด็กสองคนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกก็อาจแสดงพฤติกรรมที่ต่างกันได้ ผู้เชี่ยวชาญได้ใช้คู่มือการวินิจฉัยอาการออทิซึม “Diagnostic and Statistical Manual: DSM-IV” และได้จัดกลุ่มความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับออทิซึม ให้อยู่ภายใต้ร่มของความผิดปกติของพัฒนาการในหลาย ๆ ด้าน (Pervasive Developmental Disorder) หรือ PDD: ดังนี้ Autism, PDD-NOS (Pervasive developmental disorder, not otherwise specified), Asperger’s syndrome, and Rett’s syndrome