ปัญหาทางการเรียนรู้ของนักเรียนออทิสติก

Submitted by นคร on Mon, 02/24/2020 - 21:54

ปัญหาทางการเรียนรู้ของนักเรียนออทิสติก

       ปัญหาในการเรียนรู้ของเด็กออทิติก ประกอบด้วย การจัดการ (Organization) การถูกทำให้เขวหรือเสียสมาธิได้ง่าย (Distractibility) ปัญหาเกี่ยวกับลำดับขั้นตอน (Sequencing Problems) ปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายโยงการเรียนรู้/หรือประสบการณ์ (Generalization) ความไม่คงที่ของจุดแข็งและจุดอ่อน (Uneven patterns of strengths and weaknesses) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. การจัดการ (Organization)

       การจัดการมิใช่มีปัญหาเฉพาะเด็กออทิติกเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหากับเราทุก ๆ คนด้วยเช่นกัน มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจว่าคน ๆ หนึ่งต้องการทำอะไร และวางแผนสำหรับการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนและเป็นเรื่องนามธรรม สิ่งเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรค อย่างมากสำหรับเด็กออทิสติก กล่าวคือเมื่อเด็กต้องเผชิญกับสิ่งที่ต้องจัดการที่มีความซับซ้อน บ่อยครั้งที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะเริ่มงานที่เรามอบหมายให้ได้  การพัฒนาระบบที่เป็นแบบแผน หรือให้เกิดความเคยชิน เป็นวิธีการที่ได้ผลสำหรับการลดปัญหาด้านการจัดการเด็กที่ได้รับการวางรากฐานในการทำงานที่มีแบบแผน เช่น ทำงานจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่างจะไม่ต้องหยุดทำงานเพื่อที่จะวางแผนว่าจะเริ่มที่ไหน และจะดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้การลดปัญหาด้านการจัดการยังสามารถทำได้โดยใช้รายการที่ใช้รายการตรวจสอบ (Checklists) ตารางการทำงานที่เห็นได้ (Visual Schedules) และการใช้การสอนผ่านทางสายตา (Visual Instructions) เพื่อแสดงให้เด็กเห็นเป็นรูปธรรม โดยให้เด็กเห็นว่าเขาได้ทำอะไรเสร็จไปแล้วบ้าง และยังคงเหลือกิจกรรมอะไรบ้างที่จะต้องทำให้สำเร็จ และจะต้องทำอย่างไร

2. ปัญหาเกี่ยวกับการเสียสมาธิ (Distractibility)

      การถูกทำให้เขวหรือเสียสมาธิ เป็นอีกปัญหาหนึ่งของเด็กออทิสติกซึ่งอาจพบได้หลาย ๆ รูปแบบในชั้นเรียน เช่น นักเรียนมีปฏิกิริยาต่อเสียงรถข้างนอก มองตามสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในห้อง หรือสนใจดินสอของครูที่วางบนโต๊ะแทนที่จะทำงานที่ครูมอบหมายให้เสร็จ ถึงแม้ว่าเด็กออทิสติกทุกคนถูกทำให้เขวโดยบางสิ่ง แต่สิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน การหาสิ่งที่เป็นตัวทำให้นักเรียนเบี่ยงเบนความสนใจจึงเป็นขั้นแรกในการให้ความช่วยเหลือ (เด็กบางคนอาจถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยสิ่งที่ผ่านทางสายตา ในขณะที่คนอื่น ๆ ถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยเสียงที่ได้ยิน) ดังนั้นการตรวจสอบ/การประเมินสิ่งที่ทำให้เด็กเบี่ยงเบนความสนใจหรือเสียสมาธิด้วยความรอบคอบ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ หลังจากการประเมินแล้วจึงเริ่มการปรับสภาพแวดล้อม ในที่นี้จะรวมถึงบริเวณที่ทำงานของเด็ก โครงสร้างของห้องเรียนหรือสิ่งอื่น ๆ ที่เป็นไปได้

3. ปัญหาเกี่ยวกับลำดับขั้น (Sequencing)

       ลำดับขั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา บ่อยครั้งที่นักเรียนไม่สามารถจดจำคำสั่งหรือลำดับขั้นตอนการทำงานได้ ทั้งนี้เนื่องจากเด็กจะมุ่งความสนใจไปยังรายละเอียดเฉพาะที่เป็นรูปธรรมหรือเห็นได้อย่างชัดเจน และบ่อยครั้งที่เด็กไม่เห็นความสัมพันธ์ของลำดับขั้นตอนของงาน แต่มองข้ามหรือไม่สนใจ ดังนั้นการจัดระบบงานที่เด็กต้องทำเป็นแบบแผนหรือทำประจำอย่างต่อเนื่อง และการใช้การสอนผ่านทางสายตา (Visual Instructions) ช่วยทดแทนหรือแก้ปัญหาดังกล่าวได้ การใช้การสอนผ่านทางสายตาสามารถเน้นลำดับหรือขั้นตอน เพื่อเตือนให้เด็กทำงานตามขั้นตอนที่เหมาะสม นอกจากนี้รูปภาพที่มองเห็นที่ปรากฏอยู่และเป็นรูปธรรม ช่วยให้เด็กทำงานตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องได้ และการสร้างนิสัยการทำงานที่เป็นระบบก็จะมีประโยชน์อย่างมาก เด็กที่ทำงานจากซ้าย-ไปขวา อยู่เสมอ ๆ ก็จะสามารถจัดวางงานเป็นลำดับขั้นที่ถูกต้อง

4. การถ่ายโยงการเรียนรู้/หรือประสบการณ์ (Generalization)

       การถ่ายโยงการเรียนรู้/หรือประสบการณ์ เป็นปัญหาในออทิสติก และเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการศึกษา หลาย ๆ ครั้งที่เด็กออทิสติกไม่สามารถนำสิ่งที่ตนเองเรียนรู้ในสถานการณ์หนึ่งมาใช้ในอีกสถานการณ์ที่มีความคล้ายกันได้ การถ่ายโยงการเรียนรู้ที่เหมาะสมจำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลักของลำดับ ขั้นตอนที่เรียนรู้และวิธีที่เด็กสามารถนำไปปฏิบัติในสถานการณ์อื่น ๆ ได้ การมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดเฉพาะจะทำให้เด็กออทิสติกพลาดในหลักที่สำคัญและสิ่งที่ตนเองต้องทำความร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง-ครู และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในชุมชนเป็นวิถีทางที่สำคัญในการส่งเสริมทางด้านการถ่ายโยงการเรียนรู้ในเด็กออทิสติก ยิ่งมีการประสานงานการสอนระหว่าง
บ้านและ โรงเรียนมากเท่าไร เด็กก็สามารถนำสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มาใช้ได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ การใช้วิธีการที่เหมือนหรือ คล้ายกันและให้ความสำคัญกับทักษะที่เหมือนกัน เป็นแนวทางที่ผู้ปกครองและนักวิชาชีพสามารถร่วมมือกันเพื่อพัฒนาทักษะการถ่ายโยงการเรียนรู้/หรือประสบการณ์ของนักเรียนได้ การสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Teaching) เป็นสิ่งที่สำคัญในการช่วยพัฒนา ทักษะการถ่ายโยงการเรียนรู้/หรือประสบการณ์ (Generalization) ทั้งนี้เนื่องจากเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นต้องจัดให้มีกิจกรรมตลอดโปรแกรมการศึกษา โดยประกอบด้วยมีการเพิ่มความถี่ในการออกนอกสถานที่เมื่อเด็กโตขึ้น การให้โอกาสเด็กได้ทำงานในชุมชนที่เป็นในรูปแบบทำงานจริง และการร่วมกิจกรรมในเวลาว่างในชุมชน

5. ปัญหาความไม่คงที่ หรือเปลี่ยนแปลงในความสามารถทางทักษะ (Uneven profiles skills)

       ปัญหาความไม่คงที่หรือเปลี่ยนแปลงในความสามารถทางทักษะและการขาดทักษะเป็นลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่งของเด็กออทิสติก ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการจัดทำแผนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกอาจมีความสามารถพิเศษในด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเลข หรือมีความสามารถในการเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อม แต่ไม่สามารถใช้จุดแข็งดังกล่าวได้ เนื่องจากมี
ข้อจำกัดในการสื่อสาร และการจัดการ ดังนั้น ในแผนการจัดการศึกษาจำเป็นต้องมีคุณครูที่มีทักษะและมีความเข้าใจเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนที่มีความเฉพาะของเด็กแต่ละคน การสอนเด็กที่มีความสามารถที่แตกต่างกันมาก จำเป็นต้องอาศัยการประเมินความสามารถของเด็ก
ในทุก ๆ ด้าน จึงไม่สามารถจำกัดเฉพาะด้านทักษะวิชาการ แต่ต้องประกอบด้วย รูปแบบการเรียนรู้ สิ่งที่ทำให้นักเรียนเสียสมาธิ การทำงานที่เป็นกลุ่ม ทักษะการพึ่งพาตนเอง และสิ่งต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็ก นอกจากนี้รูปแบบการเรียนรู้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับกระบวนการประเมิน เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญในการปลดปล่อยศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนออกมา